Quinoa

ผู้อ่านท่านใดเคยรู้จักควินัว (Quinoa) เป็นเมล็ดพืชประเภทหนึ่งที่มีตั้งแต่ว่าสมัยก่อนกันบ้างครับ ทั้งมีชื่อเสียงของชาวอินค้างในฐานะ “แม่ของธัญญาหาร” คือตั้งนิยามให้สวยกว่านางสาวไทยอีก ควินัวมีสายพันธุ์หลายร้อยประเภท แต่ว่าสายพันธุ์ที่พบได้ทั่วไปที่สุดเป็น ควินัวสีขาวอมแดง รวมทั้งสีดำด้วยก็ตาม ควินัวมีวิตามินพร้อมกับสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณประโยชน์ต่อผิวหลายประการ เช่น มีสารที่เรียกว่า ไลซีน (Lysine) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของอิลาสติน (Elastin) และก็คอลลาเจน (Collagen) คิวนัวก็เลยจัดเป็นผลิตภัณฑ์ต่อต้านความแก่ชราจากธรรมชาติ 100% การทานควินัวบ่อย ๆ เลยช้วยต้านสิ่งที่ทำลายผิวแล้วก็ช่วยทำให้ผิวแข็งแรงได้ ควินัวมีวิตามินบี3 หรือที่เรียกว่า ไนอะซิน-อะไมด์ (Niacin-Amide) ช่วยทุเลาการระคายเคืองและก็รอยแดงในคนที่ผิวมีความไวต่อแสงกระตุ้น หรือผิวมีลักษณะท่าทางแพ้ง่าย การใช้ควินัวกับผิวจะช่วยเรื่องการรักษาการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติต่อผิว เลี่ยงปัญหาผิวขาดน้ำ หรือผิวแห้งแถมยังมีสารชนิดซาโปนิน (Saponin) ที่ทำปฏิกิริยากับคอเลสเตอรอลใต้ชั้นผิวหนังทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นกว่าปกติถึง 40% ทำให้ธัญพืชชนิดนี้จึงเป็นที่ต้องการของเหล่าบรรดาหญิงสาวผู้รักสุขภาพผิวเป็นอย่างมาก ในบางรายแทบจะยกให้เป็นอาหารจานโปรดไปในชีวิตประจำวันกันไปเลยในต่างประเทศ แต่ในไทยเรานั่นที่ไม่สามารถทานกันได้มากเพราะปกติ เราจะต้องทานข้าวเป็นอาหารจานหลักนั่นเอง พอจะมาทานตัวควินัวก็อาจจะทานยากขึ้นมา ทำให้สาวที่ทานอาหารยากมักจะมองข้ามอาหารชนิดนี้ไปเลยทันที ด้วยรูปแบบของตัวหน้าตาอาหารด้วยที่มันดูไม่ค่อยจะออกมาสวยงามน่าทานเหมือนข้าวหรือขนมปังแต่อย่างใด แต่ในต่างประเทศที่เข้าเลือกจะทานอาหารที่มีพวกไขมันอยู่แล้วหรือข้าวรีซอสโต้อยู่แล้ว เข้าก็จะทานตัวควินัวได้ง่ายเพราะรูปแบบของเมนูนั่นจะเหมือนกัน พูดแล้วผมเองก็อยากที่จะให้ผู้อ้านนึกภาพตามไปด้วยจะดีมากเลยครับ

แต่จะอย่างไรตัวควินัวก็ยังให้คุณค่าทางวิตามินบีคอมเพล็กซ์ ในควินัวสามารถช่วยลดจุดด่างดำตามจุดต่าง ๆ บนบริเวณใบหน้าได้ดี ยังมีตัวยั้งไทโรซีนไคเนส (Tyrosine Kinases) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ช่วย ลดจุดด่างดำในทุกสภาพผิวอีกด้วย ทำให้เป็นอาหารทางเลือกที่เหล่าบรรดาแพทย์ผิวหลังก็ต่างจะแนะนำให้ผู้ที่มีปัญหาเรื่องนี้หามาทานกันเป็นหลักครับ